| Siriwan's profileHippo's spacePhotosBlogLists | Help |
|
October 25 อิจฉามั้ย...คนมันตามกระแส...(น้ำท่วม)นับเป็นเวลาเดือนเศษ ๆ แล้ว
ที่ต้องเห็นน้ำในบ้านทั้งตอนตื่นและก่อนนอน
คงจะมีคนที่อยู่ใน(ใจกลาง)กรุงเทพฯสักกี่คนที่จะเป็นเหมือนเรา...แง แง..
... \(T.T")/....
อิจฉากันละซิ..
ไม่ต้องอิจฉากันหรอกน่ะ..เพราะมันคงไม่ได้สนุกอย่างที่คิดเลย
เน่า..ทั้งคน ทั้งน้ำ อ้อ..น้องหมาก็เน่าไปด้วย
ฮือ ฮือ...
เหนื่อยก็เหนื่อย.. เพราะน้ำลงก็ต้องมากวาดบ้านที่น้ำมันพัดเอาขยะ
ผักตบ อะไรต่อมิ อะไรที่มนุษย์ทิ่งลงน้ำ ลอยเข้าบ้านเต็มไปโหม๊ดดดด....
คิดแล้วก็เหลือบไปมองน้ำที่กำลังขึ้นมาในบ้าน.. เฮ้ย..ย..
ขอถอนหายใจยาววว....ยาววว.... ซักที...
July 17 กลับมาแว๊วว....=======================
กลับมาแว๊ว.......
=======================
หายไปซะนาน.....น๊าน....นาน...เกือบ ฉอง...เดือน...
และการกลับมาในที่หมายรวมถึง...
การกิน.....กับมากินได้เกือบเหมือนเดิมแล้ว
อ้าปาก.....ได้เกือบเหมือนเดืม แต่อาจจะมีเสียงดังก๊อกแก๊ก ไปบ้าง เด๋วคงจะชิน
ฟัน..........ถึงมันจะไม่ได้เหมือนเดิม แต่ก็เริ่มชินกับการใช้งาน
และนี่้.......ที่กลับมาเหมือนเดิมคือ น้ำหนัก เซ็งจัง...อันนี่อะที่ไม่อยากให้เหมือนเดิมเล๊ย...
ก็กินซะอย่างกะยัดพุ อดอยากมาซะนาน หยั่งกะไปอยู่เอธิโอเปียแล้วได้กลับมาเมืองไทยแน่ะ
ไว้เด๋ว...กลับมาใหม่
ไป...ก่อนน่ะจ๊ะ
อาหมวย..กรามเบี้ยว..คิ คิ.. May 25 อิสระภาพบนรอยน้ำตา"ฮือ....ฮือ....เจ็บจังเลย ...."
คำพูดงึมงำ..ออกจากปากระหว่างเดินโซซัด โซเซ เพราะหมดแรงไปห้องน้ำเพื่อจะบ้วนปากที่มีแต่เลือด
หลังจากถูกหมอใช้คีมดึงลวดที่รัดเหล็กให้ติดกับฟัน ออกจากเหงือก
มันช่างทรมานเสียเหลือเกิน...
สุดจะบรรยาย..เด๋วเห็นภาพ
ปากก็อ้าไม่ขึ้น (ขากรรไกรไม่ได้ทำงานนาน มันค้าง) เจ็บสุด ๆ
หลังจากเห็นหน้าตัวเองในกระจกหลังจากหมอดึงลวดเส้นสุดท้ายออก
พื้นที่บนหน้าต่ำลงจากใต้ตาทั้งสองข้าง เต็มไปด้วยคราบเลือดทั้งหน้า
เหมือนปอบที่ไปกินไก่สดมางั้นแหละ ... (ดูจากในหนังมา)
พอกลั้นใจอ้าปากขึ้นมา น้ำตาซึมจากบ่อตาทันที
ฟัน....ทำไมเป็แบบเนี้ยะ
ฟันเสียเกือบทุกซี่เลย...
ฮือ...ฮือ...
ปวดจัง ... ฟัน ... ไม่สบกัน
ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยง่ะ...
ถอดออกแล้ว....
ทำไม.. ทำไมถึงกินไม่ได้ ทำไมต้องปวดฟัน ทำไมเหงือกต้องเป็นแบบนี้
ทำไมฟันต้องเบี้ยว ทำไม... ทำไม...
ฮือ...ฮือ...
หลังจากคิดตกแล้ว...
ก็เริ่มทำใจได้ (ทุกคนคอยปลอบใจ)
เด๋วหายก่อนน่ะ แล้วเด๋วไปจัดฟันก็ได้
อย่าเศร้าไปเลย มันเป็นแบบนี้แล้วก็จะทำไงได้
รักษาตัวเอง และเหงือกให้แข็งแรงก่อนดีกว่า
แล้วค่อยว่ากันอีกที เรื่องจัดฟัน
"ทำไม อิสระภาพครั้งนี้ .. ต้องแรกมาด้วยน้ำตาด้วย.." May 23 นับถอยหลังอิสระภาพของปาก5 5 5 5 ....... ตื่นเต้นจังเย้ย.... พรุ่งนี้แล้วซิน่ะ ที่อิสระจะบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ว่า....ฮ้า...ฮ่า....ฮา..... คิดแล้วก็...ใจนึงก็กลัว(เจ็บ)... ใจนึงก็ดีใจ ทำไงดี ท่าทางจะต้องเจ๊บ...เจ็บ แน่ ๆ เลย เพราะหมอเค้าเอาลวดทิ่มผ่านล่องฟันแต่เป็นล่องที่อยู่บนเหงือก แถมปลายลวดหมอเค้าก็เอามาพันกันแล้วม้วนเป็นขดๆ เอาไว้ คิดแล้วสยอง เวลาเอาออกจัง ถ้าต้องรูดมันออกมาผ่านเหงือกที่บอบบาง บรื๋อ...ขนลุกชูชัน...ภาพ...ลอยมาให้เห็นทันที ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง เด๋วพรุ่งนี้จะมาบรรยายให้เห็นภาพให้ฟังอีกทีน่ะ จะบอกให้ May 04 ทำไงถึงผอม (เพราะจำเป็น)ผ่านไปประมาณ 3 สัปดาห์....
ไม่มีอาหารที่เป็นกากตกถึงกระเพาะเล้ยย......
ยกเว้น โจ๊กคัพ รสแซ่บ 2 ป๋อง
นอกเหนือจากนั้น ร่างกายจะได้รับสารอาหารที่เป็นของเหลวเป็นหลัก
ซึ่งจะเป็น นม(ส่วนมากก็จะรสช็อคโกแลต) น้ำผลไม้ และน้ำเปล่า
แล้วได้มีโอกาสขึ้นชั่งนน.เช้าวานนี้
โอ๊ว......พระเจ้า..จอร์จ...
มัน...มัน...หายไป 5 โล
มันช่างเป็นนน.ที่เคยหวังไว้ก่อนจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
ถ้าร่างกายปกติดี คงจะดีใจมาก
แต่ดันตอนนี้ กามหัก เอ้ย...กรามหัก
เวลามองกระจก...."ไม่เห็นจะเปลี่ยนตรงไหนเล้ย แค่หน้าตอบลงหน่อย"
แต่พอออกไปจากบ้าน เจอคนนู้น เจอคนนี้
"โห ... ไปทำอะไรมา ผ้อม....ผอม โซ้ม...โทรม เดินไหวมั้ยน่ะ"
เราก็ยิงฟันให้ดู .... พร้อมกับมีเสียงแจ้วรอยตามไปว่า...
"มันกินไม่ได้ กินได้แต่นม กับน้ำ ก็เลยเป็นแบบนี้ แล้วก็ Blah....Blah...."
สาธยาย..จนคนรู้ไปโหม้ด...ทั้งซอย เพราะผู้สื่อข่าวของไทยรัฐประจำบ้าน (หม่าม้าของโอ๋เอง)
ใครเดินไปเดินมา ก็ ...
"โอ๋....เป็นไงบ้าง กินอะไรไม่ได้เลยหรอ โห.. น่าจ๋งจ๋านจัง"
ไอ้เราก้อได้แต่พยักหน้า พร้อมกับ เออ ออ กับ คนแถวบ้านที่เดินมาเป็นระยะ
"เฮ้ย...มะไรจะกินได้น้า...."
เห็นคนอื่นกิน ก็อยากกินด้วย
ตั้งแต่มัดปากมา เมนูอาหารที่อยากกิน ก็คงล้นทะลักออกทางหู ทางจมูก ไหนเป็นทาง
ใครเห็นก็อิจฉา เพราะผอมลงทันตาเห็น
แหะ แหะ... "ก็มามัดปากแบบเค้าดิ ลดความอ้วนอย่างดีเลยน่ะ"
นี่เป็นคำแนะนำของโอ๋ ณ ตอนนี้ ถ้าใครถามว่า ทำไงถึงผอม
ยังคงเหลืออีกครึ่งทาง ของการฝึกความอดทนในครั้งนี้
43 กิโล ถือเป็นเป้าหมายของการลดน้ำหนักในครั้งนี้
ไม่รู้จะสำเร็จ อ่ะป่าว (หม่าม้าคงด่าตาย เพราะไม่ค่อยยอมกินนมเล้ย...เรา)
************************************************************
ป.ล. อาจจะต้องมีการเปลี่ยนนมที่กินซะหน่อยล่ะ
เพราะทายาทที่คลอดออกมาทุกวันสีผิวค่อนข้างเข้มแหะ....อิ อิ
************************************************************ |
|
|